แม้ว่าทุกคนจะนั่งใต้แสงตะวัน แต่ได้รับผลกระทบจากเสียงพิณหลิงอวี๋จนทำให้บางคนรู้สึกถึงความหนาว พลางมองนภาโดยสัญชาตญาณ นี่ฝนจะตกหรือ?เสียงพิณตราตรึงในอารมณ์ของฝูงชน คล้ายดั่งพวกเขารับรู้ถึงลมที่กำลังหมุนวน จากไกลสู่ใกล้ จากช้าสู่เร็ว…ลมแรงทวีโหมหนักขึ้นเรื่อย ๆ พัดจนเปลี่ยนสีนภาเป็นมืดสลัว ต้นไม้ใหญ่ถูกขุดรากถอนโคน หลังคาหญ้าถูกพัดกระพือ พัดพากรวดทรายปลิวว่อนทุกแห่งหน…เนื่องเปลี่ยนการบรรเลงหลายครา บรรยากาศจึงค่อย ๆ มาถึงจุดสูงสุด!ท่ามกลางพายุ ราษฎร ทหารต่างกอบกู้ทรัพย์สมบัติกันสุดชีวิต โดยการต่อสู้กับพายุไต้ฝุ่น…ความเด็ดเดี่ยว ความกล้าหาญ และความไม่ย่อท้อ แรงกรีดเต็มขั้นกำลังสั่นสะเทือนบนสายพิณทั้งสอง!ไม่มีผู้ใดสนใจการไล่นิ้วของหลิงอวี๋ มีเพียงไม่กี่คนที่สังเกตว่ามือทั้งสองข้างของหลิงอวี๋กำลังไล่ไปมาบนสายพิณทั้งสองทุกคนถูกเสียงพิณพาเข้าท่ามกลางพายุพลางต่อสู้กับลมฝนอย่างสุดชีวี…นอกจากแม่นางชางกับจ้าวเจินเจินก็ไม่มีใครสังเกตได้ว่าคล้ายมีสายพิณขาดเสียแล้ว…ฝนตกห่าใหญ่ และเสียงกระโชกอันบ้าคลั่งของพายุไต้ฝุ่นกลบเสียงเล็ก ๆ นั้น…แต่ละคนต่างแข่งกับเวลารีบระดมกำลังช่วยให้พ้นภั
การให้ท้ายที่โจ้งแจ้งเช่นนี้ทำให้มีคนข้างล่างเวทีมิน้อยโกรธขึ้นทันที อันเจ๋อเองก็อดพูดเหน็บแนมมิได้“แม่นางชางกำลังเย้ยว่าเรามิเข้าใจพิณหรือ? สายพิณขาดเราล้วนสังเกตมิพบ ซึ่งนั่นพิสูจน์ได้ว่าทักษะพิณของพระชายาอ๋องอี้เลิศล้ำยิ่ง สามารถแปลงเหตุร้ายเป็นเหตุดีได้ เดิมทีสิ่งนี้มิเกี่ยวกับความผิดพลาดด้วยซ้ำ!”แม้ก่อนหน้าเผยอวี้จะรู้สึกว่าหลิงอวี๋ไม่คู่ควรกับเซียวหลินเทียน แต่บทเพลงนี้ของหลิงอวี๋ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความเดือดเลือดพล่านครั้นอยู่บนสนามรบถึงแม้เขาไม่แตกฉานการดีดพิณ แต่ก็ฟังรู้ว่าทักษะพิณของหลิงอวี๋เหนือกว่าจ้าวเจินเจินหลายชั้นนักขณะที่เผยอวี้กำลังจะพูดช่วยหลิงอวี๋ เซียวทงพลันพูดแทรกขึ้นมาทันควัน“กระไรนะ? หลิงอวี๋ เจ้าทำสายพิณขาดรึ? เจ้ารู้หรือไม่ว่ากู่ฉินอี้หยางล้ำค่ามากเพียงใด?”“นั่นเป็นของที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้ เจ้าชดใช้ไหวรึ?”หลิงอวี๋ยกยิ้มหยัน นางไม่สนใจคำพูดขององค์หญิงหก แต่กลับเลิกคิ้วต่อแม่นางชางเสียแทน“แม่นางชาง ท่านมิได้มาตรวจดูด้วยซ้ำ ท่านมั่นใจได้เช่นไรว่าสายพิณขาดเล่า?”แม่นางชางพูดอย่างมั่นใจสุดขีดว่า “ขาดแน่นอน! ทุกคนรู้ดีว่าสองหูข้าฟังจุดผิดของดนตรีออก
แต่ตอนที่พระชายาอ๋องอี้กำลังดีดพิณ นางกลับไม่เตือน นี่คงเจตนาทำให้พระชายาอ๋องอี้แพ้…ถึงขั้นหมายทำลายมือของพระชายาอ๋องอี้ด้วย!อีกทั้งอาจเป็นแม่นางชางที่จงใจทำลายพิณ และรอใส่ร้ายหลิงอวี๋…เบื้องลึกเบื้องหลังอันน่าพิศวงนี้ทึกทักขึ้นเองโดยเซียวหลินเทียน!เมื่อเขานึกถึงตรงนี้ ดวงตาก็มืดลงฉับพลัน นอกจากจ้าวเจินเจินกับองค์หญิงหกแล้วจะมีผู้ใดอีกที่ติดสินบนสั่งให้แม่นางชางกระทำเรื่องเช่นนี้ได้อีกเล่า?แม่นางชาง!เซียวหลินเทียนหรี่ตาลงเยาะหยัน ผู้ใดจะรังแกคนของตำหนักอ๋องอี้ก็ได้อย่างนั้นหรือ?เซียวหลินเทียนตวาดถามเสียงเฉียบขาด “ผู้ดูแลชาง เจ้าจงอธิบายให้ข้าและทุกคนซะ เกิดอันใดขึ้นกับสายพิณคันนี้กันแน่?”“เจ้ารู้นานแล้วหรือว่าสายพิณขาด? หรือเจ้าฟังผิดไป?”สีหน้าแม่นางชางเผยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง คำถามสองข้อนี้ของท่านอ๋องอี้ช่างตอบยากนัก!หากยอมรับว่าตนรู้นานแล้วว่าสายพิณจะขาด นั่นมิใช่การยอมรับว่าตนวางหมากบนพิณหรือไร?แต่หากยอมรับว่าตนฟังผิดไป เช่นนั้นชื่อเสียงของตนก็จบเห่โดยสิ้นเชิง!เดิมทีแม่นางชางมิอยากตอบสองคำถามนี้ ก่อนจะมององค์หญิงหกขอความช่วยเหลือเซียวทงช่วยพูดทันควัน “เสด็จ
เมื่อแม่นางชางเห็นว่าหลิงอวี๋มิแสดงปฏิกิริยาใด ๆ อีกทั้งเห็นฝูงชนข้างล่างเวทีกำลังมองตนก็รู้สึกอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีนางพูดเสียงดังด้วยใจอันเด็ดเดี่ยวว่า “ขออภัย พระชายาอ๋องอี้ ข้าหูตึงฟังพลาดไป ข้าเข้าใจผิดว่าเจ้าทำสายพิณขาดจึงพูดผิดไป ข้าขออภัยอย่างสุดซึ้ง”เมื่อคนข้างล่างเวที หลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนได้ยินเสียงอันดังก้องนี้ต่างก็พึงพอใจหลิงอวี๋คลี่ยิ้มน้อย ๆ พลางพูดต่อแม่นางชางอย่างมีนัยลึกซึ้ง“แม่นางชางครั้งหน้าต้องระวังด้วย เพราะปากคือดาบสองคมสามารถประจบคนได้ก็ฆ่าคนได้เหมือนกัน…หูเฉียบไวของท่านเป็นความสามารถที่ฟ้าทรงประทาน หากใช้ให้ดีก็ถือโชคลาภของท่าน แต่หากใช้ไม่ดีจะถือเป็นโชคร้ายของท่าน!”แม่นางชางถูกหลิงอวี๋สั่งสอนต่อหน้าธารกำนัลจนทั้งภาพลักษณ์ภายนอกและภายในจิตใจล้วนสูญสิ้น ทว่านางทำได้เพียงกล่าวอย่างนบน้อมรู้สึกผิด“พระชายาอ๋องอี้พูดถูกต้อง ข้าได้รับบทเรียนแล้ว!”ก่อนหน้านี้เผยอวี้มิเข้าใจความซับซ้อนภายใน จนกระทั่งแม่นางชางถูกบีบให้ยอมรับว่าตนฟังผิดไปถึงจะกระจ่างว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นครั้นเผยอวี้มองแม่นางชางยอมรับผิดก็ยิ้มหยันกล่าวคำ“ตัดสินบ้าบอกระไรกัน พิณ
ด้วยวาจาเช่นนี้ของฉินรั่วซือ เซียวทงมีปฏิกิริยากลับทันทีพลางตะโกนขึ้นอย่างรีบร้อน“พี่สะใภ้สี่ เสด็จพี่สี่ ข้ามิได้บอกว่ามิให้พวกท่านลงคะแนน อย่างนั้นมาลงคะแนนตัดสินว่าผู้ใดชนะกันเถิด!”นางส่งสายตาปลอบใจให้จ้าวเจินเจินจ้าวเจินเจินก็คิดว่าในด้านอื่นของหลิงอวี๋ต้องปล่อยไก่เป็นแน่ ฉะนั้นจึงกล่าวเห็นด้วยอย่างใจกว้าง“องค์หญิงหก ท่านอ๋องอี้ตรัสถูกต้อง กฎมีไว้เพื่อปฏิบัติตาม เรามาลงคะแนนตัดสินกันเถิดเพคะ!”บรรดานางกำนัลส่งมอบคะแนนของกลุ่มผู้ตัดสินและปรมาจารย์ทั้งสี่เซียวทงกำลังคิดวางอุบายบางอย่างทำให้หลิงอวี๋ตกสู่ที่สุดท้าย ไฉนเลยจะรู้ว่าเพราะคำพูดของเซียวหลินเทียนประโยคเดียวทำให้นางไม่มีโอกาสนี้เลย“แม่ทัพฉิน งานชมบุปผาไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมากนัก ท่านสละเวลาช่วยทุกคนอ่านคะแนนด้วยเถิด แม่ทัพฉินเป็นคนยุติธรรม ข้าเชื่อว่าทุกคนจะมิเห็นต่าง!”ท่านอ๋องเฉิงพูดคล้อยถามอย่างยิ้มแย้ม “ข้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของอ๋องอี้!”ท่านอ๋องเฉิงมองเหตุการณ์สายพิณขาดกับหลิงหว่านออกมานานแล้ว องค์หญิงหกคงตั้งใจเจาะจงมุ่งเป้ายังหลิงอวี๋ในวันนี้แน่!เขามิอาจตำหนิองค์หญิงหกต่อหน้าธารกำนัลได้ จึงได้แต่ช่วยหลิงอว
ลั่วอวี้จูดื่มสุราลงโทษไปสามแก้ว แม้ว่าจะไม่ได้เมา แต่ก็หน้าแดงก่ำแล้วนางเห็นว่าจูเหวินเยาะเย้ยหลิงอวี๋ ก็ช่วยพูดด้วย“จูเหวินพูดถูก พระชายาอ๋องอี้ พระชายาสละสิทธิ์ไปเถิด! ดื่มสุราลงโทษสามแก้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย... ไม่เข้าใจก็อย่าแสร้งทำเป็นเข้าใจ… มันทำให้ทุกคนเสียเวลา!”สำหรับคำยั่วยุของลั่วอวี้จูกับจูเหวินนั้น หลิงอวี๋ได้แต่ยิ้มจาง ๆ ไป“คุณหนูลั่ว แทนที่จะเป็นห่วงข้า เจ้าเป็นห่วงตัวเจ้าเองก่อนเถิด! หากครั้งนี้เจ้ายังอยู่ลำดับสุดท้ายอีก เจ้าคงต้องเต้นให้ทุกคนชมแล้ว!”“ส่วนคุณหนูจู เจ้าก็ดูคุณหนูลั่วสิ นางเป็นบทเรียนสำหรับเจ้าเลยนะ!”เพื่อแสดงให้เห็นว่านางกับหลิงอวี๋มิได้เป็นพวกเดียวกัน พอหลิงเยี่ยนเห็นทั้งสองถูกหลิงอวี๋เยาะเย้ยเข้า จึงช่วยพูด“ท่านพี่ พวกนางเห็นแก่ท่านพี่นะ กลัวว่าท่านพี่เล่นหมากล้อมมิเป็นแล้วจะถูกหัวเราะเยาะจึงได้เตือน! เหตุใดท่านพี่ถึงไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วเล่า!”พวกอันซินมองลงไป ต่างก็รู้สึกอายแทนหลิงเยี่ยนพี่น้องในบ้านเดียวกันแท้ ๆ พอมาข้างนอกไม่ช่วยเหลือพี่สาวตนเอง กลับไปร่วมกับคนนอกมาโจมตีพี่สาวของตนเองคุณหนูรองหลิงผู้นี้ช่างโง่เขลาจริง ๆ!เมื่
ธูปหนึ่งดอกผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างตัดสินผู้แพ้ชนะกันได้แล้ว หลิงเยี่ยนกับเสิ่นจวนตกรอบไป เจียงอวี้กับซ่งเสี่ยวเจิน ฝั่งเจียงอวี้ชนะไปซ่งเสี่ยวเจินยิ้มอย่างสบาย ๆ แล้วก้าวถอยหลังไปยืนด้านข้างเพื่อรอการแข่งขันรอบต่อไปทางด้านหลิงอวี๋ ลั่วอวี้จูตะโกนขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ “พระชายาอ๋องอี้ พระชายาแพ้แล้ว ดูเม็ดหมากล้อมของข้าที่ล้อมของท่านอยู่นั่นสิ!”หลิงอวี๋วางหมากบนกระดานหมากล้อมอย่างใจเย็น แล้วลุกขึ้นยืน พลางยกริมฝีปากขึ้นอย่างเยาะเย้ย“ดูเหมือนจักเป็นเจ้าที่แพ้นะ… ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ให้หลวงจีนอวี๋มาตัดสินเถิด!”ทันทีที่หลิงอวี๋เอ่ยคำเหล่านี้ออกมา พวกคนด้านล่างก็หัวเราะกันทันทีพวกคุณชายตระกูลจ้าวก็เอ่ยขึ้นมาอย่างขำขัน “แม้แต่การแพ้ชนะก็ยังดูมิออกเลย ช่างน่าอายเสียจริงที่พระชายาอ๋องอี้ยังกล้าเข้าร่วมการแข่งขันหมากล้อมอีก!”เซียวหลินเทียนเมินคำเยาะเย้ยเหล่านี้ หลังจากได้เห็นภาพการบรรเลงกู่ฉินเมื่อครู่แล้ว บัดนี้เซียวหลินเทียนมั่นใจมากกับการที่หลิงอวี๋เข้าร่วมแข่งหมากล้อมสตรีผู้นี้ฉลาดถึงเพียงนี้ การเล่นหมากล้อมเช่นนี้ แม้ว่านางจะเอาชนะจ้าวเจินเจินมิได้ แต่นางก็ไม่มีทางอ
“ข้าเลือกพระชายาอ๋องอี้...”เจียงอวี้ถือโอกาสที่ไม่มีใครพูดรีบเลือกหลิงอวี๋นางคิดเช่นนี้ หลิงอวี๋เป็นพี่สาวของหลิงหว่าน ตนมิสามารถช่วยอะไรนางได้ แต่สามารถช่วยให้นางถูกคนหัวเราะเยาะน้อยลงได้!ส่วนจ้าวเจินเจินแข่งกับจูเหวินจูเหวินแอบบ่น ทักษะการเล่นหมากล้อมของนางสามารถเอาชนะหลิงอวี๋ได้ แต่การมาแข่งกับจ้าวเจินเจินนี่นางไม่มีโอกาสชนะเลยจริง ๆเวลายังคงเป็นธูปหนึ่งดอกเช่นเดิมหลิงอวี๋นั่งลงพลางเอ่ยกับเจียงอวี้เพียงประโยคเดียว “มิต้องออมมือให้ข้า ข้าจักคว้ามงกุฎดอกโบตั๋นให้ได้!”เจียงอวี้ตกใจทันทีกับคำพูดแสดงอำนาจของหลิงอวี๋!มงกุฎดอกโบตั๋นคือสิ่งที่จะได้รับก็ต่อเมื่อเป็นที่หนึ่งทั้งดนตรี หมากล้อม อักษรศิลป์ และการวาดภาพ พระชายาอ๋องอี้เอาความมั่นใจจากไหนถึงกล้ามาพูดคำพูดที่ดูอวดเก่งเช่นนี้?นางมองหลิงอวี๋ แต่กลับพบว่าดวงตาของหลิงอวี๋เปล่งประกายและสายตาดูแน่วแน่ยิ่งนัก!สิ่งนี้ทำให้เจียงอวี้นึกถึงเพลง ‘สู้พายุ’ ที่หลิงอวี๋ทำให้เลือดของตนเดือดพล่านเมื่อครู่นี้!พลังของหลิงอวี๋ในเวลานี้ราวกับพายุไต้ฝุ่นที่โหมกระหน่ำกำลังคำรามเพื่อกวาดล้างทุกสิ่ง...ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่เจียงอวี
ท้องใหญ่เท่ากลองเลยหรือ?เมื่อหลิงอวี๋ฟังหมอเถาเล่าถึงอาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าเก๋อเสร็จแล้ว ในหัวของนางก็มีวิธีรักษาเกี่ยวกับโรคประเภทนี้หลายวิธีผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพียงแต่หากมิได้พบผู้ป่วย ก็มิสามารถยืนยันได้ว่าควรใช้วิธีไหนดี“หมอเถา วันพรุ่งท่านจะไปที่จวนข้าหลวงเก๋อเมื่อใดหรือ?”หลิงอวี๋เอ่ยถามออกมา“ก่อนยามเหม่า[footnoteRef:0]!” [0: ยามเหม่า คือ ช่วง 05.00 - 07.00 น.] หมอเถามองหลิงอวี๋อตาปริบ ๆ “แม่นาง เจ้ามีวิธีรักษาโรคประหลาดเช่นนี้นี้หรือ?”หลิงอวี๋ยิ้มออกมา “ก็มีวิธีอยู่ ทว่าหากยังมิพบผู้ป่วยก็มิอาจตัดสินได้ว่าใช้ได้จริงหรือไม่! หมอเถา วันพรุ่งตอนยามอู่[footnoteRef:1]ข้าจะมาหาท่าน แล้วไปที่ตระกูลเก๋อพร้อมกับท่าน!” [1: ยามอู่ คือ ช่วง 11.00 - 13.00 น.] เมื่อหมอเถาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา แม้ว่าจะมีความสงสัยอยู่ในใจว่า วัยรุ่นเช่นหลิงอวี๋นี้สามารถรักษาโรคของฮูหยินผู้เฒ่าเก๋อได้หรือไม่ แต่ตนก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วถึงอย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว ลองดูสักหน่อยก็ไม่มีอะไรเสียหาย“แม่นาง เจ้าวางใจเถิด หากเจ้ามิอาจรักษาได้ ต่อให้ข้าต้องทุ่มทั้งชีวิต ข้าก็จ
หมอเถาถอนหายใจออกมา แล้วโบกมือ “มิต้องพูดแล้ว ไปเถิด ๆ! หากข้าผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ในภายหน้าโรงฮุ่ยเฉ่าก็คงจะได้เปิดขึ้นอีกครั้ง ถึงเวลานั้นพวกเจ้าอยากจะกลับมาก็ค่อยกลับมากันเถิด!”หลังจากนั้นมินาน ลูกจ้างหนุ่มหลายคนก็เดินหอบห่อผ้าเข้าไปกล่าวลาหมอเถาทีละคนทั้งน้ำตาและเดินออกมาหลิงอวี๋รีบเดินเข้าไป จากนั้นเสี่ยวซิ่งลูกจ้างหนุ่มที่ยังมิไปก็เห็นนางเข้าจึงเอ่ย “ฮูหยิน ร้านเราปิดแล้ว หากท่านอยากจะตรวจรักษาก็ไปที่ร้านอื่นเถิด!”“ข้าต้องการยา!”หลิงอวี๋เอ่ยออกมาอย่างรวดเร็วขณะที่เสี่ยวซิ่งกำลังจะพูดออกมา หมอเถาก็เอ่ย “เจ้าดูว่านางต้องการเครื่องยาสมุนไพรอันใด แล้วมอบให้นางไปเสียเถิด โรงฮุ่ยเฉ่าปิดแล้ว นางเป็นลูกค้ารายสุดท้าย ก็ถือได้ว่านางมีโชคชะตากับข้า!”เสี่ยวซิ่งจึงยื่นมือออกไป “ใบเทียบยาเล่า?”“ข้าไม่มีใบเทียบยา ข้าจะบอกให้เอง เจ้าแค่ใส่มาตามปริมาณที่ข้าบอกก็พอ!”หลิงอวี๋รีบบอกเครื่องยาสมุนไพรที่ต้องการออกไป แล้วเสี่ยวซิ่งก็วางห่อผ้าลง จากนั้นก็ไปเปิดกล่องและตู้เพื่อช่วยหยิบยาให้หลิงอวี๋หลิงอวี๋เห็นว่าเครื่องยาสมุนไพรเหล่านั้นเหลืออยู่มิมาก และบางอันก็ถูกห่อเอาไว้แล้
“น้องหญิง มีคนกำลังมา!”หลิงอวี๋รีบลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ป้าวซวนก็มิได้หลับเช่นกันจึงรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วเอ่ยถามด้วยความกังวล “พี่หญิงเจียง จะเป็นจ้าวหรุ่ยหรุ่ยมาตามหาเราหรือไม่?”สิ่งที่นางกลัวมากที่สุดคือการตกไปอยู่ในมือของจ้าวหรุ่ยหรุ่ย“น่าจะมิใช่!”หลิงอวี๋เอ่ยเสียงเบาอย่างปลอบใจ จากนั้นนางก็ย่องไปที่ข้างหน้าต่าง อาศัยแสงจันทร์มองไป ก็เห็นร่างหนึ่งเดินโซเซเข้ามาในลานคนผู้นี้ดูเหมือนจะใช้แรงจนหมด จึงล้มลงกับพื้นอย่างเสียงดังโครม“พี่หญิงเจียง นั่นคือใครกัน?”ป้าวซวนก็ขยับเข้ามาข้าง ๆ หลิงอวี๋เช่นกัน แล้วนางก็มองออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น“อย่าพูด...”หลิงอวี๋เงียบลง จากนั้นทั้งสองคนก็โน้มตัวมองไปตรงหน้าต่างอย่างเงียบ ๆแล้วก็เห็นเพียงว่าคนที่อยู่ตรงพื้นนั้นไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆหลิงอวี๋รออยู่อีกสักพักก็มิเห็นใครตามมา นางจึงพาป้าวซวนเดินออกมา“น้องหญิง เจ้าออกไปดูนอกวัดว่ามีคนอื่นหรือไม่ ส่วนข้าจะตรวจคนผู้นี้เสียหน่อย!”หลิงอวี๋สั่งออกไปแม้ว่าป้าวซวนจะกลัว แต่นางก็ยังคงฟังคำพูดของหลิงอวี๋ แล้วเดินย่องออกไปหลิงอวี๋วิ่งเข้าไปหาคนที่นอนอยู่ตรงพื้น จากนั้นก็อาศัยแสงจั
หม่าเปียวตอบตกลงทันที กระทั่งกินบะหมี่เสร็จแล้วเขาก็พาคนของตนกับกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางไปหลิงอวี๋กับป้าวซวนเห็นว่า จ้าวหรุ่ยหรุ่ยพาผู้คุ้มกันทั้งสองออกไปตามหาพวกตนอีกครั้งแล้ว ดังนั้นพวกนางจึงกินอาหารเช้าจนเสร็จอย่างใจเย็นแล้วเดินออกมา“น้องหญิง เราหาที่พักกันก่อนสักสองวันเถิด เช่นนี้แล้วข้าจะได้จัดเตรียมยาแก้พิษให้เจ้าได้ และอีกอย่างคือข้าจะได้ซ่อนตัวจากจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้ด้วย!”“หากจ้าวหรุ่ยหรุ่ยหาพวกเรามิพบ นางก็คงจะไปที่เมืองหลวงแดนเทพ แล้วพวกเราค่อยออกเดินทางล่าช้าไปสักสองสามวัน ก็คงจะมิพบนางอีก!”หลิงอวี๋จับเศษเงินใต้แขนเสื้อ ของมีค่าทั้งหมดที่นางพกติดตัวมา ถูกจ้าวหรุ่ยหรุ่ยแย่งชิงไปจนหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงเศษเงินมิกี่ตำลึงเท่านั้น นางยังต้องทำงานหาเงินอีก เมื่อเก็บรวบรวมค่าเดินทางได้แล้ว จึงจะสามารถเดินทางได้ป้าวซวนไม่มีของมีค่าอะไรติดตัวมาเลย และหากทั้งสองจะเดินทาง เมื่อไม่มีเงินก็ไม่มีทางไปถึงเมืองหลวงแดนเทพได้แน่ตอนนี้ป้าวซวนทำได้เพียงติดตามหลิงอวี๋ไปเท่านั้น หลิงอวี๋ว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้นทั้งสองแสดงเป็นพี่น้องที่หนีภัยกันมาแล้วไปหาที่พักอาศัยแต่เมืองจงกวนนั้นใหญ่นัก
“เจ้ามิรู้หรือว่าที่ที่อันตรายที่สุดก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด?”หลิงอวี๋ยิ้มปลอบใจแล้วเอ่ยออกมา “เรากลับไปที่โรงเตี๊ยม ก็จะดูได้ด้วยว่าเมื่อจ้าวหรุ่ยหรุ่ยหาพวกเรามิเจอแล้วนางจะทำอย่างไรต่อ! เจ้ามิต้องกังวล มากับข้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!”ภายใต้การชักชวนของหลิงอวี๋ ป้าวซวนจึงเดินตามหลิงอวี๋กลับไปอย่างจนใจทั้งสองคนเดินเข้าไปทางประตูหลัก แสร้งทำเป็นจะรีบเดินทางแล้วมากินอาหารเช้า และนั่งลงตรงที่นั่งริมหน้าต่างจ้าวหรุ่ยหรุ่ยที่อยู่เรือนด้านหลังพบแล้วว่าหลิงอวี๋กับป้าวซวนหายไป นางก็โกรธมากจนอยากจะทุบโรงเตี๊ยมแห่งนี้ทิ้งไปเสียแต่นางยังคงข่มความโกรธไว้ และขอความช่วยเหลือจากสำนักคุ้มภัยและกลุ่มพ่อค้าอย่างน่าสงสาร ให้พวกเขาช่วยตนตามหาจ้าวหรุ่ยหรุ่ยแสร้งทำเป็นจิตใจดีต่อหน้าคนเหล่านี้ นางร้องไห้และบอกว่านางรับใช้ทั้งสองของตนนั้น จะต้องถูกคนร้ายลักพาตัวไปอย่างแน่นอนพวกพ่อค้าและคนจากสำนักคุ้มภัยล้วนได้รับตำรับยาแก้ท้องเสียนั้นไปแล้ว ดังนั้นเพื่อตอบแทนกันและกัน พวกเขาจึงระดมทุกคนให้ช่วยกันตามหา และบางคนก็บอกว่าจะไปรายงานทางการ และขอให้ทางการส่งคนมาช่วยตามหาด้วยหลิงอวี๋กับป้าวซวนก็
ทั้งกลุ่มเดินทางกันต่อไป และในที่สุดพลบค่ำของสองวันต่อมาพวกเขาก็มาถึงที่เมืองจงกวนกันแล้วเมืองจงกวนแห่งนี้ใหญ่โตมาก แม้จะเป็นตอนพลบค่ำแล้วแต่ที่ประตูเมืองก็ยังคงมีผู้คนสัญจรไปมาทุกคนอยู่กันที่ประตูเมืองเกือบหนึ่งชั่วยาม กระทั่งจัดการหนังสือผ่านแดนเสร็จเรียบร้อย จึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเมืองได้หลิงอวี๋กับป้าวซวนพยายามที่จะควบคุมความรู้สึกตื่นเต้นของพวกนางเอาไว้ พวกนางวางแผนที่จะหลบหนีกันในวันพรุ่งนี้คืนนี้เป็นวันที่สิบแล้วที่ป้าวซวนกินยาพิษของจ้าวหรุ่ยหรุ่ยเข้าไป และจ้าวหรุ่ยหรุ่ยก็จะให้ยาแก้พิษกับนางหลิงอวี๋บอกป้าวซวนว่า เมื่อรับยาแก้พิษมาแล้วมิต้องรีบกิน ให้กินยาลงไปเล็กน้อย เพื่อที่ตนจะได้ตรวจสอบสูตรยา และจะได้เตรียมยาแก้พิษให้นางด้วยป้าวซวนเชื่อฟังและทำตามคำพูดของหลิงอวี๋ ในคืนนั้นจึงรบเร้าให้จ้าวหรุ่ยหรุ่ยมอบยาแก้พิษแก่นาง เมื่อตอนเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแล้วเมื่อจ้าวหรุ่ยหรุ่ยเห็นว่านางมีท่าทางกลัวตายเช่นนั้น นางจึงให้ยาแก้พิษไปอย่างอารมณ์มิดีนักป้าวซวนกินยาแก้พิษเข้าไปต่อหน้าจ้าวหรุ่ยหรุ่ย แต่กลับอมเอาไว้ในปาก มิได้กลืนยาลงไป กระทั่งตอนที่นางไปเข้าห้องน้ำ นางจึงกัดยา
จ้าวหรุ่ยหรุ่ยอยู่ในรถม้าข้างหน้า เมื่อนางได้ยินคำพูดของหลิงอวี๋เข้า สีหน้าของนางก็มืดมนลง นางกำลังคิดว่าจะออกไปห้าม แต่ก็คิดว่าหากหัวหน้าสำนักคุ้มภัยป่วยหนักขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางได้ นางจึงอดทนไว้ก่อนถึงอย่างไรตัวตนของหลิงอวี๋ในตอนนี้ก็เป็นนางรับใช้ของตน ดังนั้นแม้ว่าต่อให้นางรักษาหัวหน้าสำนักคุ้มภัยจนหายได้ ความดีความชอบก็จะตกเป็นของตนอยู่ดีจ้าวหรุ่ยหรุ่ยเลิกม่านรถม้าขึ้น แล้วเอ่ยอย่างใจดี “อวี้หนู เจ้าไปตรวจให้เขาเถิด! การช่วยชีวิตคนหนึ่งคนดีเสียยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นอีก เรามิควรนิ่งดูดาย!”หลิงอวี๋มิได้ใส่ใจเรื่องที่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยขโมยความดีความชอบไป จุดประสงค์ของนางก็คือต้องการที่จะใช้โอกาสนี้สั่งยาให้หัวหน้าสำนักคุ้มภัย แล้วหาเครื่องสมุนไพรที่ใช้ป้องกันตัวหลิงอวี๋ลงจากรถม้าแล้วเดินเข้าไปวัดชีพจรของหัวหน้าหม่า จากนั้นก็สั่งยาและให้หม่าเปียวส่งผู้คุ้มกันคนหนึ่งไปซื้อเครื่องยาสมุนไพรมาจ้าวหรุ่ยหรุ่ยเองก็เป็นคนเจ้าแผนการเช่นกัน มีหรือที่นางจะไว้ใจหลิงอวี๋ นางจึงอ้างว่าจะช่วยหลิงอวี๋ตรวจสอบดูว่ามีคำใดเขียนผิดหรือไม่ จากนั้นก็นำตำรับยาไปตรวจสอบอย่างละเอียด
จ้าวหรุ่ยหรุ่ยมิเชื่อว่าหลิงอวี๋จะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาความตายเสียเอง ทว่าหากตีไปอีกครั้งจริง ๆ แล้วหลิงอวี๋เอาตัวไปเสี่ยงเข้าจริง ๆ จะทำอย่างไรเล่า?นางจะต้องพาหลิงอวี๋ไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แบบที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงจะนำหยกหล้าสุขาวดีออกมาจากร่างของนางได้ หากว่าหลิงอวี๋ตายไป เช่นนั้นแล้วศพนั้นก็จะไม่มีประโยชน์ใด ๆ สำหรับตน“นางสารเลว เจ้ายังกล้ามาขู่ข้าอีกรึ!”ใจของจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้โอนอ่อนลงแล้ว แต่ปากยังมิยอมแสดงให้เห็นว่าตนด้อยกว่า นางดึงมือหลิงอวี๋อย่างแรงและเตะออกไป“หากเจ้าอยากตายก็เชิญไปตายเสีย! อย่างมากข้าก็มิเอาของสิ่งนั้นแล้ว แต่ข้าจะมิยอมให้คนชั้นต่ำเช่นเจ้ามาทำตัวไร้มารยาทกับข้าเป็นอันขาด!”จ้าวหรุ่ยหรุ่ยเหยียบลงไปบนใบหน้าหลิงอวี๋อย่างรุนแรง จากนั้นก็อาศัยความได้เปรียบของตนถอยออกไป“ตอนนี้เราอยู่ห่างจากเมืองหลวงแดนเทพหนึ่งพันกว่าลี้ เจ้ารีบรักษาตัวให้หายโดยเร็ว เราต้องรีบไปที่เมืองหลวงแดนเทพ!”จ้าวหรุ่ยหรุ่ยจ้องมองหลิงอวี๋อย่างโหดเหี้ยม จากนั้นจึงเปิดประตูให้เสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารเข้ามาแม้ว่าหลิงอวี๋จะโดนเตะไปแล้วสองครั้ง แต่กลับมองท่าทีข่มขู่ของจ้าวหรุ่ยหรุ่ยออก นางกำลังก
กระทั่งมาถึงที่เมือง จ้าวหรุ่ยหรุ่ยก็หาโรงเตี๊ยมและเปิดห้องพักหนึ่งห้องส่วนป้าวซวนก็ช่วยประคองหลิงอวี๋เข้าไปในห้องนั้นภายในห้องมีเตียงเพียงเตียงเดียว ดังนั้นจึงมิสามารถนอนสองคนได้แน่ป้าวซวนจนใจ จึงขอผ้านวมเก่าที่ปูเตียงมาจากเสี่ยวเอ้อร์แล้วนำมาปูไว้ที่มุมห้องให้หลิงอวี๋นอนจ้าวหรุ่ยหรุ่ยออกไปถามข้อมูลจากเจ้าของโรงเตี๊ยม แล้วให้ป้าวซวนเฝ้าหลิงอวี๋เอาไว้ และเพื่อให้ป้าวซวนเชื่อฟังมิหนีไปไหน จ้าวหรุ่ยหรุ่ยจึงหยิบเม็ดยาพิษออกมา จากนั้นก็ยัดเข้าไปในปากของป้าวซวน“ยาแก้พิษนี้จะต้องกินทุก ๆ สิบวัน หากเจ้ากล้าหนีไป เจ้าก็รอพิษกำเริบจนตายไปได้เลย!”จ้าวหรุ่ยหรุ่ยขู่ป้าวซวน ก่อนจะเดินออกไปอารมณ์ของป้าวซวนตกต่ำลงไปทันที เดิมทีนางคิดว่าจะโน้มน้าวหลิงอวี๋ให้หนีไปกับตน แต่ตอนนี้ตนถูกจ้าวหรุ่ยหรุ่ยวางยาพิษเสียแล้ว หากนางหนีไป นางก็จะต้องตาย“ป้าวซวน เจ้าอยากหนีหรือไม่?”หลิงอวี๋ถือโอกาสที่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยมิอยู่ แล้วรีบพูดคุยกับป้าวซวนอย่างรวดเร็ว“ข้าอยาก แต่เจ้ามิเห็นหรือเมื่อครู่? นางป้อนยาพิษให้ข้าไปแล้ว!”ป้าวซวนเอ่ยขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัง “สตรีผู้นั้นโหดร้ายถึงเพียงนั้น ทั้งยังวางแผน