Share

บทที่ 241

Author: เอเวอลีน เอ็มเอ็ม
"คุณหมอบอกว่าไม่แน่ใจเลยลูก เราทำได้แค่รอและภาวนา" ผมตัดสินใจพูดความจริง

ถ้าผมโกหก แล้วพระเจ้ากลับเล่นตลกจนเกิดเอวาไม่ฟื้นขึ้นมา โนอาอาจเกลียดผมไปตลอดชีวิตเพราะหลอกว่าแม่เขาสบายดีก็ได้

โนอาไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแค่จ้องหน้าผมสักพักแล้วก้มมองพื้น

หลังจากความเงียบครู่ใหญ่ ผมก็หันไปพูดกับคนอื่น ๆ

"วันนี้เราเยี่ยมเขาเอวากันไม่ได้แล้ว ผมว่าทุกคนกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาวันพรุ่งนี้นะครับ"

“ไม่” โครินและเล็ตตี้พูดขึ้นพร้อมกัน ตามมาด้วยโนราและธีโอ

ผมพยายามเกลี้ยกล่อมว่าจะส่งข่าวบอกพวกเขาทันทีหากมีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครยอมใจอ่อนกันเลย สุดท้ายทุกคนก็ตัดสินใจอยู่ต่อ เว้นแต่เอมม่า คาลวิน เคท และพ่อแม่ของผม

พ่อแม่ผมยอมกลับบ้านก็เพราะว่าผมไม่อยากให้โนอาอยู่ที่โรงพยาบาล และต้องมีคนดูแลเด็กน้อยด้วย ส่วนคาลวินเห็นด้วยเพราะเจ้าหนูกันเนอร์เริ่มง่วงแล้ว แม้จะเห็นความกังวลในแววตาของเด็กคนนั้นก็ตาม

เมื่อทั้งหมดกลับออกไป เกเบรียลก็มานั่งข้างผม พวกเรานั่งเงียบกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งไบรอันมาถึง

“ขอโทษที่ผมมาช้านะครับ เราต้องสอบสวนพยานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่คุณเอวาถูกยิง ผมเสียใจจริง ๆ ก
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • ธุลีใจ   บทที่ 242

    “เอมม่าจะทำอะไรแบบนั้นได้เหรอ ไม่มีทางหรอก” ทราวิสเอ่ยปกป้องน้องสาวแน่นอนเขาอาจจะโกรธเธอ แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ยังคงเป็นน้องสาวสุดน่ารักอยู่ดี และเขาจะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่เขามี“นี่พ่อหนุ่ม ในสายงานนี้ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น” ไบรอันกล่าวเรียบ ๆจากนั้นเขาหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาและเริ่มจดบางอย่างลงไป ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนเงยหน้าขึ้นมามองพวกเรา“แต่มองกันจริง ๆ เอมม่าไม่มีทางทำร้ายเอวาแน่นอน จริงอยู่ที่เธอกับเอวาไม่ถูกกัน แต่ไม่มีทางทำร้ายเอวาไปได้” ทราวิสยืนยัน ขณะที่คนอื่นยังคงเงียบผมเองอยากเชื่อว่าเอมม่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้ก็ไม่แน่ใจอีกต่อไปแล้ว ผู้หญิงที่กลับมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ไม่ใช่คนเดียวกับผู้หญิงที่จากไปเมื่อหลายปีก่อนเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเกลียดชังต่อเอวา ซึ่งนั่นมากเสียจนเธอเคยพูดข่มขู่เด็กคนหนึ่งและกุเรื่องโกหกเพียงเพื่อจะทำให้เอวาเดือดร้อน“ผมไม่ได้บอกว่าเธอเป็นคนทำ แค่บอกว่าเป็นผู้ต้องสงสัย” ไบรอันชี้แจง “ความโกรธและความเกลียดชังเป็นแรงจูงใจที่รุนแรงมากพอที่จะทำให้ใครบางคนฆ่าอีกคนเพื่อเป็นการแก้แค้น อีกอย่างนี่ดูไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เหตุการ

  • ธุลีใจ   บทที่ 243

    ความโกรธของผมเริ่มเดือดพล่านอยู่ภายใน ผมรู้ว่าสิ่งที่ไบรอันพูดหมายถึงอะไร แต่ผมยังไม่ตัดเจ้ารีเปอร์ออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นอันขาดจะบ้าหรือไง ให้ตายสิ หมอนั่นเคยลักพาตัวเอวาไป ไม่มีใครเสียสติพอทำอะไรแบบนั้นหรอกหากไม่มีแรงจูงใจที่ซ่อนเร้นอยู่ อีกทั้งคำพูดของไบรอันมันก็ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด หากไม่อยากให้เธอได้รับบาดเจ็บจริง ๆ ทำไมมันต้องลักพาตัวไปแล้วบังคับให้ผมตัดสินใจด้วยล่ะ?“ไอ้เวรนี่ มาทำอะไรที่นี่วะ?” ผมคำรามใส่ทันทีสายตาของมันกวาดมองผ่านตัวผมไปยังคนอื่นในห้อง ทุกคนลุกขึ้นยืนในท่าพร้อมป้องกันตัว แต่ดูเหมือนสิ่งนั้นจะไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อยสิ่งหนึ่งที่ทำให้รีเปอร์อันตรายจนเกินจะรับมือได้ ก็คือมันเป็นคนวิกลจริตเต็มขั้น แน่นอนว่าผมเองก็เย็นชา แต่เจ้ารีเปอร์นั่นไปไกลกว่านั้นมาก มันเป็นทั้งรังเกียจสังคมและจิตวิปริตรวมอยู่ในตัวเดียวเหมือนของขวัญสุดอันตรายที่ถูกพันด้วยริบบิ้นน่าเกลียดและร้ายกาจ“ก็มาหาเอวาสิ ไม่งั้นคิดว่าฉันจะมาที่นี่ทำไม? ให้มาดูแกทำหน้าเศร้า ๆ หรือไง?” เขาพูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ผมกัดฟันแน่นพยายามสะกดกลั้นตัวเองไม่ให้เริ่มเรื่องวิวาทในโรงพย

  • ธุลีใจ   บทที่ 244

    “ฟังจากที่แกพูดแล้ว ดูเหมือนว่าแกวนเวียนอยู่รอบตัวลูกสาวฉันสินะ” "จะว่าวนเวียนก็ไม่เชิง...เราติดต่อกันอยู่" มันเริ่มต้นจากนั้นจึงเริ่มเล่าทุกอย่าง มันเล่าถึงแผนการในวันที่ลักพาตัวเอวา รวมถึงการที่มันไปหาเธอหลังจากนั้นเพื่อขอร้องให้ได้มีตัวตนในชีวิตของเด็กที่กำลังจะเกิด เอวาผู้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ยอมรับมันไว้ในชีวิตแม้ว่าสักวันอาจพาเธอไปสู่ความยุ่งยาก“แกรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าถ้าตำรวจรู้ว่าแกติดต่อกับเอวาอยู่ เธอจะเกิดปัญหาแน่? โครินถาม“เป็นห่วงไม่เข้าท่านะ ฉันก็มีแผนการที่ดูเข้าท่าอยู่แล้วเหมือนกัน” มันเผยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม“ในเมื่อแกบอกว่าติดต่อกันอยู่ เอวาเคยพูดถึงเรื่องอะไรบ้างไหม? อย่างรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือโดนคุกคามอยู่แบบนี้? อะไรก็ได้ทั้งนั้น” ผมขอร้องมัน เราจำเป็นต้องมีข้อมูลบางอย่างเพื่อเริ่มต้นการแกะรอยเจ้ารีเปอร์เล่าเกี่ยวกับจดหมายที่เอวาได้รับครั้งแรก และยังมีอีกสองฉบับที่ตามมา มันบอกว่าจดหมายฉบับสุดท้ายมาถึงเธอเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เธอถูกยิงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่น่าพิศมัยพลันตีตื้นขึ้นในใจเมื่อคิดว่าเธอไปหาเจ้ารีปเปอร์แทนที

  • ธุลีใจ   บทที่ 245

    ผมจ้องมองลูกชายตนเองและรู้สึกภูมิใจในตัวเขาเหลือเกิน รวมถึงสายสัมพันธ์ที่เจ้าตัวน้อยมีต่อแม่ของเขาด้วย ไม่มีใครเลย แม้แต่เพื่อนสนิทหรือพ่อแม่ของเธอ ที่รู้ชื่อที่เธอเลือกไว้ แต่กลับบอกโนอา“ดีมากเลยจ้ะ” แมรี่พูดพร้อมรอยยิ้มที่ส่งให้โนอา “หนูเริ่มต้นการเป็นพี่ชายที่น่ารักได้ดีมาก”โนอาเพียงแค่พยักหน้า จากนั้นก็เงยหน้ามองมาที่ฉัน“ก็มีอยู่วันหนึ่ง เราอยู่บนเตียงในห้องแม่กัน กำลังกินไอศกรีมกันอยู่ด้วยเพราะว่าแม่บอกว่าอยากกินมาก ๆ นะเลยแหละครับ ผมก็เลยถามแม่ว่าตั้งชื่อว่าอะไรดี แล้วจากนั้นเราสองคนก็ค้นชื่อกันอยู่ตั้งหลายชั่วโมงจนในที่สุดก็ได้มีสองชื่อครับ เราสองคนหัวเราะเพราะรู้สึกสนุกกันมาก ๆ เลย”น้ำตาลูกชายเริ่มคลอเบ้าตาอีกครั้ง ผมจึงดึงเขาเข้ามากอดไว้ใกล้ ๆ มันเจ็บลึกถึงหัวใจที่ต้องเห็นเขาเสียใจ เห็นเขาเจ็บปวด ผมอยากจะช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจบ้าง แต่กลับไร้พลังใด ๆ จะช่วย“แม่จะดีขึ้นเมื่อไหร่ครับ? ผมคิดถึงแม่มาก” เขาพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมาผมนิ่งเงียบเพราะแม้แต่หมอก็ยังไม่รู้ว่าเอวาจะฟื้นขึ้นมาหรือเปล่า ผมเองก็จนปัญญาจะหาคำตอบเช่นกัน แมรี่ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของโนอา เธอค่

  • ธุลีใจ   บทที่ 246

    ผมพยักหน้าและเดินตามพวกเขาไป เราเข้าไปในห้องแยกซึ่งพยาบาลทำการฆ่าเชื้อพวกเราก่อนจะมอบชุดกาวน์ทางการแพทย์ ถุงมือ และหน้ากากให้สวมใส่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราก็ถูกพาไปยังห้องในแผนกบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด เรามองผ่านเตียงที่มีเด็กทารกในตู้อบหลายคนก่อนจะหยุดอยู่ที่เตียงหนึ่งโดยเฉพาะ แมรี่ยิ้มให้เราสอง “โนอา นี่ไง หนูไอริส”เพียงแรกพบ หัวใจก็เหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยนิ้วเล็ก ๆ ของเธอแล้ว เธออาจจะไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรง แต่กลับครอบครองหัวใจของผมไปหมดสิ้นไอริสแม้จะตัวเล็ก แต่ก็สวยงาม เธอหลับตาอยู่ทำให้ผมยังมองไม่เห็นสีตา แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งจมูก ริมฝีปาก และเส้นผมที่โผล่พ้นหมวกสีชมพูนั้น มันเหมือนกับเอวาไม่มีผิด เธอคือภาพสะท้อนของแม่เธอชัด ๆหัวใจผมแทบแหลกสลายเมื่อเห็นท่อและสายระโยงระยางพาดผ่านร่างเล็กนี้ หนูน้อยไม่สมควรต้องเจอกับเรื่องนี้ เธอควรจะยังอยู่ในครรภ์ของแม่ที่คอยปกป้องต่างหากไอริสยังมีชีวิตอยู่ใช่ นั่นแหละคือสิ่งสำคัญ“ขออุ้มได้ไหมครับ?” โนอาเอ่ยถามด้วยเสียงเล็กแมรี่พูดถูก โนอากำลังจะกลายเป็นพี่ชายที่ยอดเยี่ยม ความรักและความห่วงใยที่เขามีต่อไอริสฉายชั

  • ธุลีใจ   บทที่ 247

    อีธานเมื่อได้รับข่าวจากนักโทษคนหนึ่งว่าเอวาถูกยิง มันรู้สึกราวกับหัวใจถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก ทุกสิ่งทุกอย่างภายในตัวได้พังทลายลงเมื่อคนคนนั้นเสริมว่าไม่มีข่าวเพิ่มเติมอีกเลยนอกจากคำเล่าลือว่าเธอคงไม่รอดเพราะไม่มีใครสามารถรอดจากเหตุการณ์ยิงสยองขวัญนั้นได้เลย ยิ่งกว่านั้นครอบครัวของเธอก็เงียบงัน และไม่มีรายงานทางการใด ๆ ออกมาฉันรักเอวาและยิ่งรักลูกมากกว่า การที่รู้ว่าทั้งสองคนอาจจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป มันเกือบทำให้ฉันเสียสติฉันเฝ้ารออยู่ตลอดเวลาอย่างหัวใจแทบหยุดเต้น เฝ้ารอให้พ่อแม่ติดต่อมาเพื่อแจ้งข่าวร้าย ทว่าเมื่อคืนก็ผ่านไปโดยไม่มีคำพูดใด ๆ ฉันก็มั่นใจว่าข่าวลือเหล่านั้นอาจเป็นความจริง เพราะถ้าไม่ใช่ทำไมถึงยังไม่ได้รับการติดต่อมาเลยล่ะ?ฉันแทบไม่นอนหลับตลอดทั้งคืน ความกังวลและความหวาดกลัวคอยหลอกหลอนทุกขณะ บีบคั้นจิตใจจนแทบจะกลายเป็นคนเสียสติ ความคิดแสนเจ็บปวดวนเวียนอยู่ภายในถึงจุดหนึ่ง ฉันร้องไห้อ้อนวอนต่อพระเจ้า ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย แม้ไม่เคยเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ แต่ในช่วงเวลานั้น ฉันยอมเชื่อในอะไรก็ตามที่สามารถบอกฉันได้ว่าสองแม่ลูกยังมีชีวิตอยู

  • ธุลีใจ   บทที่ 248

    โรแวนผ่านไปแล้วสามเดือน สามเดือนเต็มตั้งแต่วันที่เอวาถูกยิง และเธอยังไม่ได้ฟื้นขึ้นมาเลย ทุก ๆ เดือนที่ผ่านไป ความหวังว่าเธอจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เริ่มเลือนรางลงเรื่อย ๆ มันน่าหงุดหงิดจนแทบคลั่ง แต่ก็ไม่มีอะไรที่ผมจะทำได้เลย ทุกอย่างมันเกินความสามารถของใครจะช่วยได้แล้วหนึ่งเดือนหลังจากอุบัติเหตุ เอวาสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจออกได้ เธอไม่ต้องใช้เครื่องช่วยอีกต่อไป เพราะปอดสามารถทำงานได้ดีเองตามธรรมชาติ คุณหมอย้ายเธอไปอยู่ในห้องพักปกติ เราทุกคนคิดว่าเธอน่าจะฟื้นขึ้นมาตอนนั้น แต่ก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย สองเดือนถัดมา เราก็ยังคงรออยู่“จะให้ผมรอไหมครับ คุณโรแวน?” คนขับรถเอ่ยถามก่อนที่ฉันจะลงจากรถ“ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวฉันไปหาหลังจากเสร็จแล้ว”ผมก้าวลงจากรถและเดินเข้าไปในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่กล่าวคำทักทายอย่างคุ้นเคย เพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมกลายเป็นแขกประจำที่นี่ไปแล้วผมพยักหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร ความเหนื่อยล้าสะสมลามไปถึงกระดูก ผมไม่ได้สัมผัสกับความสงบสุขเลยนับตั้งแต่วันนั้น ทุกคืนก็ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสนิทเลย ได้แต่นอนจ้องเพดานหรือทำงานแทนเนื่องจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่

  • ธุลีใจ   บทที่ 249

    ผมจ้องมองเธอด้วยความสับสน ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรทำอย่างไรดี “ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ แม่เธอยังไม่ฟื้นเลยครับ”“ดิฉันทราบค่ะ แต่กฎของโรงพยาบาลก็ต้องว่าไปตามกฎ พวกคุณต้องพาเด็กกลับบ้านไม่ว่าคุณเอวาจะฟื้นหรือไม่ก็ตามค่ะ”บ้าชิบ ผมยกมือขึ้นสางผมยุ่งเหยิงด้วยความเครียด “อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยไม่ได้เหรอครับ?”“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ แต่ไม่ได้ ทางเราอนุญาตให้อยู่ที่นี่ได้ถึงแค่พรุ่งนี้เท่านั้น”ผมพยักหน้าอย่างหนักใจ “ครับ งั้นผมขอไปคุยกับคุณตาคุณยายก่อน”ไม่รอช้า ผมเดินออกจากห้องเด็กอ่อนและมุ่งหน้าไปยังห้องพักของเอวา พอเดินไปถึงประตู ผมกำลังจะเปิดเข้าไป แต่ประตูกลับถูกเปิดจากข้างในก่อน โนรากับธีโอเดินออกมา“ผมมีเรื่องอยากคุยด้วยพอดีครับ” เสียงของหมอดังขึ้น ทำให้พวกเราทั้งสามคนหันไปมองเขา“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” ธีโอเอ่ยถาม พร้อมสีหน้าซึ่งแสดงถึงความกังวลชัดเจน“ครับ ผมอยากให้พวกคุณช่วยเลือกทางเลือกให้คุณเอวาครับ โดยปกติ คนไข้มักจะฟื้นจากอาการโคม่าในเวลาประมาณหนึ่งเดือน แต่การที่คุณเอวายังไม่ฟื้นแบบนี้ ทางเราก็อดกังวลใจไม่ได้จนกลัวว่าเธออาจจะไม่มีวันฟื้นน่ะครับ”ความหวาดหวั่นแล่นวาบไปทั่ว

Latest chapter

  • ธุลีใจ   บทที่ 472

    ฉันถอนหายใจและพยายามควบคุมลมหัวใจ นี่คือบทสนทนาหนึ่งที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้คุยกับลิลลี่ในวัยนี้ สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกขอบคุณคือเธอไม่ได้ถามว่าเด็กทารกมาจากที่ไหนกันแน่ นั่นคงจะเป็นบทสนทนาที่ยากมาก“เดี๋ยวแม่ขอกลับไปห้องก่อนแล้วค่อยออกไปนะ” ฉันบอกพวกเขาและเพิกเฉยต่อการพูดคุยเกี่ยวกับเด็กทารกไปเลย“ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าจะไปไหน” เกเบรียลถามย้ำฉันคงจะบอกเขาไปแล้วถ้าไม่ได้มัวแต่นึกปัดป้องตนเองอยู่ แต่เขาทำให้ฉันไขว้เขวไปหมด“ฉันจะออกไปกินข้าวกลางวันกับพวกเอวาค่ะ”ฉันรู้สึกอยากจะยกเลิกนัดกับพวกเธอแล้วนอนพักผ่อน แต่ฉันตัดสินใจไม่ทำแบบนั้น เอวาโทรมาสองสามวันก่อนที่เราจะออกจากโตเกียว เธอเอ่ยถามว่าฉันจะไปร่วมทานอาหารกลางวันกับพวกเธอในวันเสาร์ได้ไหม ฉันตอบตกลงทันทีโดยไม่ได้คิดว่าฉันจะเหนื่อยแค่ไหนหลังจากเที่ยวบินสิบสามชั่วโมงรอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของเขา "ดีใจจริง ๆ ที่เห็นว่าคุณมีเพื่อน"“ค่ะพวกเธอเจ๋งมากเลย”"พูดถึงเพื่อน" ลิลลี่พูดแทรก "คืนนี้เซียร่ามานอนค้างที่บ้านเรานะคะ"“แม่จำได้จ้ะ ลูกรัก” ฉันเอ่ยตอบ “หนูมีอะไรฝากมาแม่ซื้อเตรียมตัวสำหรับคืนนี้บ้างไหมลูก?”เธอส่ายหัว “หนูขอขนมกับน

  • ธุลีใจ   บทที่ 471

    ฮาร์เปอร์ฉันมองตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย ฉันสวมกางเกงยีนส์เอวสูงและเสื้อผ้าไหม ผมมวยขึ้นเป็นมวยยุ่ง ๆ และนอกจากมาสคาร่าและคอนซีลเลอร์ ฉันไม่ได้แต่งหน้ามากนักเรากลับถึงบ้านประมาณสามทุ่มได้ ลิลลี่หลับไปแล้ว ดังนั้นเราจึงเข้านอนทันทีที่ถึงบ้านฉันหยิบกระเป๋าออกมาจากห้องขณะมองดูเวลา ฉันมีเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ฉันจะต้องไปที่ร้านอาหาร"จะไปไหนครับ?" เกเบรียลถามทันทีที่ฉันก้าวเข้าไปในห้องครัวให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้ดูดีมากฉันรักเกเบรียลที่สวมใส่ชุดสูท เขาดูร้อนแรงมากในชุดสูทเสมอ แต่มันก็มีบางอย่างเวลาที่เขาแค่เท้าเปล่าพร้อมสวมเสื้อยืดรัดรูปและกางเกงวอร์ม แล้วก็เวลาที่เขาไม่ได้ใส่เสื้อแต่ใส่แค่กางเกงวอร์มเอวหลวม ๆ ด้วยไม่ว่าจะภาพลักษณ์แบบไหน ฉันก็เห็นมาทั้งหมดแล้ว และฉันยังตัดสินใจไม่ได้ว่าภาพลักษณ์ไหนที่ฉันชอบที่สุด ไม่แน่อาจเป็นตอนที่เขาไม่ใส่อะไรเลยก็ได้นะ "ฮาร์เปอร์?" เสียงขบขันของเขาดังขึ้น "น้ำลายไหลเยิ้มหมดแล้ว"ฉันหัวเราะเบา ๆ พยายามซ่อนความเขินอายไว้ "เยิ้มที่ไหนล่ะ"วันนี้เขาอยู่ในเสื้อยืดรัดรูปและกางเกงวอร์มตัวหนึ่งและเขาดูน่าอร่อยมาก ฉันอยากจะใช้ลิ้นตนเองทดสอ

  • ธุลีใจ   บทที่ 470

    คอนนี่ฉันแทบจะยืนไม่อยู่ขณะที่ขึ้นลิฟต์ไปที่เพนท์เฮาส์ของฉัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวันผ่านไป ที่ฉันทำงานล่วงเวลาจนเป็นเรื่องปกติเพื่อที่ตนเองจะได้ไม่ต้องกลับมาเจอกับห้องนอนที่ว่างเปล่าฉันคิดถึงรีเปอร์มากจริง ๆตอนที่ฉันได้เห็นเขาครั้งแรกที่โรงพยาบาลหลังจากที่เอวาถูกยิงครั้งนั้น ฉันไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับแรงดึงดูดที่ฉันรู้สึกต่อเขา แน่นอนว่าแรงดึงดูดนั้นเกิดขึ้นทันที และฉันแค่รู้สึกเหมือนจิตวิญญาณตนเองรู้จักเขา แต่เขาคือรีเปอร์เชียวนะ ชายคนเดียวกับที่เคยลักพาตัวเพื่อนสนิทของฉันไปถ้าพูดกันตามตรง ฉันไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนไหนเหมือนที่ฉันรู้สึกกับรีเปอร์ในครั้งแรกนั้นเลย ฉันไม่เคยรู้สึกดึงดูดกับผู้ชายตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเห็นพวกเขา มันเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเมื่อฉันได้รู้จักพวกเขามากขึ้น ทว่ากับรีเปอร์มันแตกต่างออกไป และนั่นทำให้ฉันกลัวแทบตายฉันคิดว่าการพบกันครั้งแรกนั้นจบแล้ว ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันได้เจอเขา และในไม่ช้าแรงดึงดูดก็จะจากหายไป และนั่นคือความตั้งใจที่เกิดขึ้น จนกระทั่งเขาปรากฏตัวที่หน้าห้องฉันในคืนหนึ่งฉันควรจะรู้สึกอับอายที่จะบอกว่าฉันยอมนอนกับเขาในคืนนั้

  • ธุลีใจ   บทที่ 469

    “เกเบรียล”เมื่อเห็นแล้วว่าช่องทางขยายมากขึ้นและแน่ใจว่าฉันพร้อมดีแล้ว เขาก็เพิ่มนิ้วอีกนิ้ว ทั้งสองนิ้วกระแทกเข้าออกฉัน ชนและขูดกับจุดตรงนั้นของฉัน ไม่นานก็สัมผัสได้ว่าฉันใกล้ถึงจุดสุดยอดสายตาของเกเบรียลที่หรี่ลงสบกับสายตาของฉัน ริมฝีปากของเราอยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อย ขณะที่เราหายใจร่วมกันเป็นฟองอากาศเล็ก ๆ สิ่งที่เขาเห็นบนใบหน้าของฉันทำให้เขายิ้มและนิ้วอีกนิ้วหมุนวนแน่นอยู่เหนือจุดนั้นของฉันฉันบดขยี้เขา ไล่ตามความรู้สึกจนทั่วร่างสั่นสะเทือนอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขายังคงกระแทก ดันฝ่ามือของเขากับจุดนั้นของฉัน ดึงมันออกมาจนกระทั่งฉันเสร็จอีกครั้ง เสียงหอบและร้องไห้ออกมาดังไปทั่วห้องเมื่อต้นขาหยุดสั่นและประกายแวววาวหายไปจากดวงตา ในที่สุดฉันก็เงยหน้าขึ้นไปหาเขา ขากรรไกรของเกเบรียลขบกันแน่น และเขายังคงมีความร้อนแรงในสายตามันทำให้ฉันรู้สึกดี และฉันคิดที่จะขออีกรอบ แต่ตัดสินใจว่าฉันต้องการดูแลเขาแทน ฉันต้องการมันฉันอยากลิ้มรสเขาเหลือเกินฉันดันหน้าอกของเขาและเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว ฉันเลื่อนลงไปตามร่างกายของเขาจนกระทั่งฉันคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเพียงเสี้

  • ธุลีใจ   บทที่ 468

    เหมือนกับเช้าวันก่อน ๆ ที่ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับมือของเกเบรียลวางอยู่บนหน้าอกของฉัน ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรแต่เขามักทำแบบนี้เสมอวันนี้เราจะเดินทางกลับบ้านและฉันไม่แน่ใจว่าจะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น เมื่อวานนี้ฉันข้ามเส้นตอนที่เปิดทางให้เขาทำแบบนั้นด้วย ฉันรู้สึกว่าไม่มีทางย้อนกลับไปได้แล้วอย่าเข้าใจฉันผิดนะ ฉันรักทุกนาทีที่เราร่วมกิจกรรมกัน ฉันรักทุกวินาทีที่ใช้เวลากับเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา... ทว่า ความกลัวว่าสิ่งเหล่านี้มันจะไม่ใช่เรื่องจริงมันเกิดขึ้น กลัวว่าฉันจะตื่นขึ้นในไม่ช้าและรู้ว่ามันไม่มีอะไรนอกจากเป็นความฝันเท่านั้นใจหนึ่งต้องการสิ่งนี้มากจนฉันเจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็นึกสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราราวกับเขารับรู้ได้ถึงความคิดของฉัน มือของเกเบรียลซึ่งอยู่รอบหน้าอกของฉันลดลงและโอบรอบเอวแทน เขาดึงฉันเข้ามาใกล้ จนฉันรู้สึกถึงความต้องการบนผิวกาย มันเหมือนกับว่าเขากำลังพยายามขจัดความสงสัยที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในความคิดของฉันออกไปฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอก รู้สึกว่าความกังวลและความสงสัยทั้งหมดหายไป การอยู่ในอ้อมแขนของเกเบรียล ได้นอนหลับและตื่นขึ้นข้าง

  • ธุลีใจ   บทที่ 467

    เกเบรียลถอดกางเกงในของฉันออก และฉันรู้สึกว่ามือข้างหนึ่งลูบไล้ลงมาตามหน้าท้องของฉันและเลื่อนอยู่ระหว่างขา หัวใจแทบเต้นผิดจังหวะ แต่ฉันยังคงต้องการสัมผัสของเขาอย่างมาก ปากเริ่มเปิดรับจูบของเขา เสียงครางออกจากริมฝีปากของเขา ขณะที่ฉันยกสะโพกเข้าหาสัมผัสตรงนั้น อ้อนวอนให้เขาอย่าหยุด นิ้วลูบไล้บนผิวที่ลื่น บรรจงคลึงจุดนั้นของฉันและปั่นทุกสัมผัสประสาทไปหมดฉันกำลังจะเสร็จอยู่แล้ว ขาเริ่มสั่นอยู่บนเตียง ศีรษะเอนไปข้างหลังบนที่นอน เกเบรียลร้องครางกับผิวของฉันด้วยความพอใจ ขาแยกออกกว้าง เผยทุกมุมมองให้เขาเล้าโลมลงไปทั่วร่างกายของฉัน ดวงตาลืมขึ้น สายตาแสนร้อนแรงของเขาอยู่ตรงหน้าใบหน้านี้“โคตรยั่วเลย” เขาขยับจากจุดนั้นของฉันไปสอดใส่ภายในพร้อมกับถูไถตรงนั้นไปทั่วร่างกายกระตุก เสียงครางหลุดออกจากลำคอของฉัน เกเบรียลส่งยิ้มลงมาที่ฉัน กระแทกนิ้วเข้าไปในตัวฉันก่อนเพิ่มนิ้วที่สองและร้องครางให้กับความแน่นตรงนั้น ร่างกายสั่นสะท้านและสะโพกกระแทกกับมือของเขา พยายามคว้าจุดสุดยอดที่รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อมในที่สุดเขาก็ให้ฉันปลดปล่อยออกมา ขยับไปถูจุดนั้นของฉันอีกครั้งเป็นวงกลมแน่น เพิ่มแรงกดที่เหมาะ

  • ธุลีใจ   บทที่ 466

    ริมฝีปากของเกเบรียลทาบลงมาทันทีที่ประตูห้องปิดลงข้างหลังเรา จูบช่างหนักแน่นราวกับการลงทัณฑ์"ไม่มีใครแตะต้องของของผมได้ และจำไว้ให้ดีว่าคุณคือของของผม ฮาร์เปอร์" เขาคำราม เสียงเต็มไปด้วยความโกรธ"ฉันแค่เต้นอยู่ดี ๆ เขาก็เข้ามา" ฉันแก้ตัว "ฉันพยายามหนีแล้วนะ แต่เขาก็จับฉันเอาไว้น่ะสิ"ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเกเบรียลตึงเครียดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การที่ตึงเครียดนั้นไม่ใช่เพราะว่าเพราะสิ่งต่าง ๆ เลวร้าย แต่เพราะว่ามันดีมากเลยต่างหาก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกหลังจากอาหารเย็นคืนนั้น เรารับประทาน ดื่ม และพูดคุยกัน แต่จูบนั้นเป็นไฮไลท์ของค่ำคืนรอยจูบอีกมากมายเกิดขึ้นระหว่างเราตั้งแต่นั้นมา จูบที่ทำให้ฉันต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ จูบของเขากลายเป็นเหมือนยาเสพติด มันบ้ามากฉันรู้ แตฉันอดไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาสัมผัสริมฝีปากของฉัน ฉันก็แทบละลายเป็นเวลาสี่วันแล้วตั้งแต่มื้อค่ำวันนั้น ฉันเลิกวางหมอนกั้นระหว่างเราในคืนที่สาม มันไร้ประโยชน์เพราะสุดท้ายฉันก็อยู่ในอ้อมแขนของเขาอยู่ดี"ไม่สำคัญหรอก" เสียงของเขาดึงฉันกลับสู่ความเป็นจริง "ไม่มีผู้ชายคนไหนได้รับอนุญาตให้แตะต้องคุณทั้งนั้น""อย่างนั้นเหร

  • ธุลีใจ   บทที่ 465

    ฉันขยับไปตามจังหวะเพลง รู้สึกเหมือนความกลัวทั้งหมดหายไป พูดกันตามตรง ฉันไม่เคยไปร้านเหล้ามาก่อน ไม่เคยเข้าร่วมงานปาร์ตี้ใด ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงพ่อแม่ นี่เป็นครั้งแรกของฉันเลยก็ว่าได้พ่อแม่ไม่ใช่ประเภทเข้มงวดขนาดนั้น แต่ฉันไม่มีเพื่อน และฉันเป็นคนเก็บตัวมากจนไม่มีใครในโรงเรียนรู้ว่าฉันมีตัวตน ฉันไม่ได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้เพียงเพราะฉันเก็บตัวมากเกินไป อาจเรียกว่าเป็นพวกไร้ตัวตนก็ว่าได้ฉันรู้สึกดีที่ได้ดื่มและผ่อนคลาย วันนี้เป็นวันสุดท้ายในโตเกียว และทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่น เกเบรียลสามารถทำให้พวกเขาทำตามตามเงื่อนไขของข้อตกลงได้เราอยู่ที่นี่ในร้านเหล้าสุดหรูแห่งนี้ เพราะหนึ่งในนักลงทุนต้องการเฉลิมฉลองการบรรลุข้อตกลงนี้ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ที่จะนำเงินหลายพันล้านมาสู่บริษัทวู้ดฉันยังคงโยกตัวไปตามจังหวะเพลง หลับตาและยกมือขึ้น ทำไมฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน? โอ้ ใช่ ฉันแต่งงานตอนอายุสิบแปด อยู่ในชีวิตแต่งงานเป็นเวลาสามปี ตั้งท้อง หย่าร้าง คลอดลูก แต่งงานใหม่ เลี้ยงลูก เป็นม่าย จากนั้นแต่งงานเป็นครั้งที่สามให้ตายสิ พอมองชีวิตตัวเองตอนนี้ ฉันรู้ว่ามันไม่ต่างอะไรกับร

  • ธุลีใจ   บทที่ 464

    ‘เหมือนกับที่ผมกำลังตกหลุมรักคุณอยู่แบบนี้ไง’คำพูดของเกเบรียลวนเวียนอยู่ในหัวของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งวัน เรามีการประชุมติด ๆ กันกับนักลงทุนหลายราย แต่ฉันไม่สามารถจดจ่อกับอะไรได้เลย ยกเว้นประโยคนั้นอย่างที่คุณคงเดาได้ ฉันเป็นคนคิดมาก ฉันวิเคราะห์และคิดมากทุกอย่างจนมันทำให้ฉันใกล้บ้า นั่นคือสิ่งที่ฉันทำมาทั้งวันคำพูดเหล่านั้นหมายความว่าอย่างไร? เป็นไปได้จริงหรือที่เขากำลังตกหลุมรักฉัน? ถ้ามันเป็นกลลวงล่ะ? ถ้าเขาแค่หลอกฉันล่ะ? ฉันควรเชื่อสิ่งที่เขาพูดไหม? ถ้ามันเป็นความจริงและเขาหมายความตามนั้น ฉันจะทำอย่างไร? ฉันควรทำอย่างไร?ฉันอยากถามเขาแทบแย่ แต่ฉันไม่อยากดูเหมือนกระตือรือร้นหรือสิ้นหวังเกินไปฉันคิดถูกแล้ว ว่าการที่ยอมเป็นภรรยาของเกเบรียลอีกครั้งมีแต่ทำให้วุ่นวาย“เป็นอะไรไหม?” เขาเอ่ยถามมองด้วยสายตาที่แสดงความเป็นห่วง“ไม่ค่ะ” ฉันกระซิบ พยายามผลักความคิดเหล่านั้นออกไปการคิดถึงเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้ช่วยอะไร สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องมานั่งปวดหัวไมเกรนอยู่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่ต้องการเลย“เราพักอยู่ในห้องก็ได้ถ้าคุณต้องการ ไม่ต้องลงไปก็ได้”ฉันฝืนยิ้มเล็กน้อยและตั้งสติ "ไม

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status